วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สรุปวิจัย

การคิดอย่างมีเหตุผลของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

ชื่อผู้วิจัย  :    สายทิพย์   ศรีแก้วทุม

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

จุดมุ่งหมาย
    
        เพื่อเปรียบเทียบความสามารถการคิดอย่างมีเหตุผลของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์  โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์กับกิจกรรมสร้างสรรค์แบบปกติ

ความสำคัญของการศึกษาค้นคว้า

        การศึกษาครั้งนี้เป็นการเปรียบเทียบผลของการจัดกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์กับกิจกรรมสร้างสรรค์แบบปกติ ซึ่งทำให้ได้ข้อสรุป ถึงวิธีการที่จะส่งผลต่อการพัฒนาการคิดอย่างมีเหตุผลของเด็กปฐมวัย  และจะเป็นแนวทางใหม่สำหรับครูแลพผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา
ปฐมวัย  ที่จะนำไปใช้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป

สมมุติฐานในการศึกษาค้นคว้า
   
        เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์กับกิจกรรมศิปสร้างสรรค์แบบปกติมีการคิดอย่างมีเหตุผลแตกต่างกัน

วิธีการดำเนินการศึกษาค้นคว้า

       - กลุ่มตัวอย่าง
        ในการศึกษาครั้งนี้กลุ่มตัวอย่างคือ  เด็กปฐมวัยอายุระหว่าง 5-6 ปี  ชั้นอนุบาลปีที่ 2ภาคเรียนที่1 
ปีการศึกษา 2541 โรงเรียนบ้านทรัพย์สมบูรณ์ สังกัดสำนักงานการประถมศึกษา  จังหวัดขอนแก่น 
โดยการสุ่มอย่างง่ายด้ยการจับฉลากจากห้องเรียนทั้งหมด 2 ห้องเรียน มา1 ห้องเรียน

นิยามศัพท์เฉพาะ

        1.เด็กปฐมวัย หมายถึง  นักเรียนชาย - หญิง อายุ 5-6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2541 โรงเรียนบ้านทรัพย์สมบูรณ์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
         2.การคิดอย่างมีเหตุผล  หมายถึง  กระบวนการรับรู้และเข้าใจสิ่งต่างๆ โดยใช้หลักข้อเท็จจริงรวมทั้งประสบการณ์มาใช้เป็นข้อมูล ในการหาคำตอบเรื่องใดเรื่องหนึ่ง สามารถวัดได้จากแบบทดสอบวัดความสามารถคิดอย่างมีเหตุผลที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นประกอบด้วยการคิดอย่างมีเหตุผล  5 ด้าน คือ
              - การจำแนก หมายถึง ความสามารถในการจัดกลุ่มสิ่งของ
              - การจัดประเภท   หมายถึง  ความสามารถในการจัดหาสิ่งของ
              - การอุปมาอุปมัย  หมายถึง  ความสามารถในการหาความสัมพันธ์ของภาพของภาพคู่แรกกับคู่สองที่มีลักษณะความสัมพันธ์เป็นแนวเดียวกัน ซึ่งมีทั้งภาพเหมือนจริงและรูปทรงเลขาคณิต
              - อนุกรม  หมายถึง  ความสามารถการหาลำดับความเปลี่ยนแปลงอย่างมีะบบของภาพที่กำหนดให้ว่าสัมพันธ์กันอย่างไรโดยหาแนวโน้มภาพชุดแรกก่อน แล้วตอบได้ว่าถาพต่อไปควรเป็นภาพใด
              - การสรุปความ  หมายถึง  ความสามารถในการสรุปผลจากเรื่องที่กำหนดมาให้
          3.กิจกรรมศิลปสร้างสรรค์ หมายถึง  กิจกรรมศิลปะประจำวันซึ่งกำหนดในช่วงเวลากิจกรรมสร้างสรรค์  ประกอบด้วย การวาดภาพระบายสี  การปั้น  การพิมพ์ภาพ  การพับ ฉีก ตัด แปะ  และประดิษฐ์วัสดุต่างๆ การวิจัยครั้งนี้จำแนกเป็น 2 ลักษณะ  คือ
              - กิจกรรมศิลปสร้างสรรค์แบบปกติ
              - กิจกรรมศิลปสร้างสรรค์โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์   ใช้กระบวนการขั้นตอน ดังนี้
                 1.รับรู้ประเด็นปัญหา  หมายถึง  ครูกำหนดเงื่อนไขในการทำกิจกรรมเพื่อให้เด็กเกิดปัญญา
                 2.ทดลองปฏิบัติ   หมายถึง  เด็กพิจารณาปัญหาและเลือกวิธีแก้ปัญหาและลงมือทำกิจกรรมเพื่อแก้ปัญหา
                 3.ตอบคำถาม  หมายถึง  เด็กตอบคำถามจากประเด็นปัญหาที่เป็นเหตุและผลที่ได้รับ
                 4.สรุป  หมายถึง เด็กร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากกิจกรรม

ตัวแปรที่ศึกษา

        ตัวแปรอิสระ   ได้แก่    กิจกรรมศิลปสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย   ซึ่งแบ่งเป็น  2 รูปแบบ  ดังนี้
                       
                          - กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
                          - กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบปกติ

        ตัวแปรตาม     ได้แก่    การคิดอย่างมีเหตุผล


เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
    
      1.แผนการจัดกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์
      2.แบบทดสอบวัดความสามารถการคิดอย่างมีเหตุผล

วิธีการดำเนินการทดลอง

      1.ทำความคุ้นเคยกับเด็กนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างรวมระยะเวลา 1 สัปดาห์
      2.ทำการทดสอบก่อนการทดลองกับเด็กด้วยแบบทดสอบวัดความสามารถการคิดอย่างมีเหตุผล 5 ด้าน  ด้านละ 10 ข้อ  รวม 50 ข้อ
      3.ผู้วิจัยดำเนินการทดลองด้วยตนเองกับกลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 กลุ่ม  โดยแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมทุกวัน
 วันละ 20 นาที เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ๆ 5 วัน  รวม 40 ครั้ง
      4.เมื่อสิ้นสุดการทดลอง  ผู้วิจัยทำการทดสอบหลังการทดสอบทั้ง 2 กลุ่มด้วยแบบทดสอบวัดความสามารถการคิดอย่างมีเหตุผล ชุดเดียวกับที่ทดสอบก่อนทำการทดลอง

สรุป

      เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์กับแบบปกติหลังการทดลองมีความสามารถด้านการคิดอย่างมีเหตุผลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่
ระดับ .05


วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 14

       บันทึกผลการเรียน
       วิชา  การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย          
( SCIENCE EXPERIENCES MANAGEMENT FOR EARLY CHILDHOOD )


                             ชื่อ นางสาวกมลทิพย์  หมื่นเดช  รหัสนักศึกษา 5511202094  เลขที่ 17       


              กลุ่มเรียน  102 
ความรู้ที่ได้รับ  (Knowledge  gained)

กิจกรรมที่ 1
        - วันนี้อาจารย์ให้กลุ่มที่ยังไม่ได้นำเสนอแผนการสอนมานำเสนอต่อหน้าชั้นเรียน ซึ่งยังเหลือ
อีก 3 กลุ่ม  ดังนี้ด็ก

                     กลุ่มที่  7   หน่วย นกหงษ์หยก  (Budgerigar)    ของกลุ่มนี้ได้นำเสนอแผนการสอนเรื่องของ  ชนิดของนกหงษ์หยก ทำให้ได้รู้ว่านกหงษ์หยกนั้นมีกี่ชนิด และมีชื่อว่าอะไรบ้าง

                     กลุ่มที่  8   หน่วย สับปะรด   (Pineapple)     ของกลุ่มนี้ได้นำเสนอแผนการสอนเกี่ยวกับประโยชน์และข้อควรระวัง ของสับปะรด ว่ามีอะไรบ้าง โดยใช้นิทานเป็นสื่อในการสอน
                     กลุ่มที่  9   หน่วย ส้ม    (Orange)     ของกลุ่มนี้ได้นำเสนอแผนการสอนเกี่ยวกับประโยชน์ในการแปรรูปของส้ม ว่าส้มนอกจากจะทานผลสดๆได้แล้ว ยังนำไปแปรรูปเป็นอะไรได้บ้าง  เช่น ลูกอมรสส้ม ฯลฯ

กิจกรรมที่ 2
         - อาจารย์ให้นำเสนองาน วิจัยและโทรทัศน์ครูที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ตามที่นักศึกษาได้จับฉลากได้  แล้วให้สรุปมานำเสนอหน้าชั้นเรียน  ดังนี้

             - เรื่องนมสีกับน้ำยาล้างจาน  ที่มา  You Tube
             - นำเสนอวิจัย เรื่อง สร้างพื้นฐานการเรียนรู้กับประสาทสัมผัสทั้ง 5
             - นำเสนอวิจัย เรื่อง กระบวนการพัฒนาวิทยาศาสตร์พื้นฐานส่งเสริมศิลปะสร้างสรรค์
             - นำเสนอวิจัย เรื่อง ผลการเรียนรู้ทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่มีต่อทักษะทางพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เด็กปฐมวัย
             - เรื่อง กิจกรรมวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยเรื่องหนังสือลอย  ที่มา  โทรทัศน์ครู

กิจกรรมที่ 3
        - อาจารย์จัดกิจกรรม  ทาโกยากิไข่ โดยที่อาจารย์เตรียมของและอุปกรณ์มาให้พร้อม แล้วแบ่งเป็๋นฐาน ทั้งหมด 4 ฐาน  แล้วอาจารย์ก็อธิบายส่วนผสม และขั้นตอนการทำทาโกยากิ ดังนี้

ส่วนผสม
1.ไข่ไก่   (Egg)
2.ผัก  > แครอท (Carrot)  ต้นหอม (Leek)  (หรือจะใส่ผักตามที่ชอบก็ได้)
3.ปูอัด  (Crabmeat)
4.ซอส  (Sauce)
5.เนย  (Butter)

ขั้นตอนการทำ
1.หั่นปูอัด 3 เส้น  แครอท 2 แท่ง  ต้นหอม 1
2.นำไข่ที่ตีแล้วตักใส่ในถ้วยคนละ 1 ทัพพี
3.ใส่ซอสแม็กกี้  แล้วตักผักที่หั่นไว้แล้ว อย่างละ 1 ช้อนชา แล้วใส่ข้าวป่าว 1 ช้อนโต๊ะ
4.นำไข่ไปใส่ในกะทะทำทาโกยากิ ที่ตั้งไฟไว้แล้ว

ฐานที่ 1   หั่นผัก


ฐานที่ 2  ใส่ไข่



ฐานที่ 3 เครื่องปรุง



ฐานที่ 4  นำไข่ใส่กะทะทำทาโกยากิ


ร่วมทำกิจกรรม



การนำไปประยุกต์ใช้  (Application)
       
       - สามารถนำความรู้ที่ได้ฟังการนำเสนอแผนการสอนไปประยุกต์ใช้ในอนาคตได้
       - นำการนำเสนอสรุปวัยจัยและโทรทัศน์ครูของเพื่อนๆไปเป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน
       - สามารถนำกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้ไปจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้แก่เด็กปฐมวัยได้


ประเมินผล  (Evaluate)

ตนเอง     ตั้งใจฟังการนำเสนองานของเพื่อนๆ สนใจและร่วมมือในการจัดกิจกรรมการทำ
                                 ทาโกยากิ

เพื่อน       เพื่อนๆมีการกระตือรือร้นที่จะทำกิจกรรมทาโกยากิ และให้ความร่วมมือในการทำ
                                 กิจกรรมกันเป็นอย่างดี

อาจารย์   มีการสอนที่น่าสนใจ มีกิจกรรมให้ทำอยู่ตลอด ทำให้นักศึกษาสนใจเรียนมากขึ้น
                                 และอาจารย์คอยให้คำแนะนำและอธิบายเพิ่มเติมอยู่ตลอด